หน้าที่ของฝ่ายโรงงานอุตสาหกรรม


รับผิดชอบงานกำกับควบคุมโรงงานอุตสาหกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน การจดทะเบียน เครื่องจักร วัตถุอันตรายและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง งานการส่งเสริมป้องกัน ปัญหาสิ่งแวดล้อม และ ความปลอดภัยในโรงงาน รวมทั้งการส่งเสริมและป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อมและปลอดภัยในโรงงาน รวมทั้งการส่งเสริมและการตรวจสอบการใช้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม


องค์ประกอบของโรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535
1. เป็นอาคาร สถานที่หรือยานพาหนะ
2. ใช้เครื่องจักรมีกำลังรวมตั้งแต่ 5 แรงม้า หรือกำลังเทียบเท่าตั้งแต่ 5 แรงม้าขึ้นไป หรือใช้คนงานตั้งแต่ 7 คนขึ้นไป
3. สำหรับทำ ผลิต ประกอบ บรรจุ ซ่อม ซ่อมบำรุง ทดสอบ ปรับปรุง แปรสภาพลำเลียง เก็บรักษาหรือทำลาบสิ่งใด ๆ
4. เป็นประเภทหรือชนิดของโรงงานที่กำหนดในกฎกระทรวง

จำพวกของโรงงานอุตสาหกรรมตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535
1. โรงงานจำพวกที่ 1 : โรงงานประเภท ชนิด และขนาดที่ สามารถประกอบกิจการโรงงาน ได้ทันทีตามความประสงค์ของผู้ประกอบการ
2. โรงงานจำพวกที่ 2 : โรงงานประเภท ชนิด และขนาด ที่เมื่อจะประกอบกิจการ โรงงานต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อน
3. โรงงานจำพวกที่ 3 : โรงงานประเภท ชนิด และขนาด ที่การตั้งโรงงานจะต้อง ได้รับใบอนุญาตก่อนจึงจะดำเนินการได้

 

 

 

 

คำแนะนำโรงงาน
1. พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 กำหนดให้แบ่งโรงงานออกเป็น 3 จำพวก คือ
โรงงานจำพวกที่ 1 เป็นโรงงานที่สามารถประกอบกิจการได้ทันทีตามความประสงค์ของ
ผู้ประกอบกิจการ แต่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวงและประกาศกระทรวง
โรงงานจำพวกที่ 2 เป็นโรงงานที่ไม่ต้องขออนุญาต แต่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
เช่นกัน และเมื่อจะเริ่มประกอบกิจการโรงงานให้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อน (ขอรับและยื่นแบบ
ใบแจ้งการประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 2 ได้ที่สำนักควบคุมและตรวจโรงงาน)
โรงงานจำพวกที่ 3 เป็นโรงงานที่ต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจึงจะตั้งโรงงานได้ ( ซื้อคำขอฯ ได้ที่
กองคลัง ชั้น 1 และยื่นคำขอฯ ที่สำนักงานเลขานุการกรม ชั้น 1 )
2. การตรวจสอบสถานภาพของโรงงานว่าจัดเป็นโรงงานจำพวกใด จะต้องมีข้อมูลชนิดของกิจการ (จะ
ประกอบกิจการอะไรบ้าง) แรงม้าเครื่องจักรรวมและจำนวนคนงานที่ใช้ในโรงงาน เพื่อนำมาจัดจำพวก
โรงงาน โดยตรวจสอบด้วยตนเองจากกฎกระทรวงฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราช-
บัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 หรือจะสอบถามจากทางราชการได้ที่
2.1 สำนักควบคุมและตรวจโรงงาน (ชั้น 2,3 และ 4 อาคารกรมโรงงานอุตสาหกรรม)
2.2 ศูนย์บริการเพื่อการลงทุน (ชั้น 1 อาคารกรมโรงงานอุตสาหกรรม)
2.3 สำนักเลขานุการกรม (ชั้น 1 อาคารกรมโรงงานอุตสาหกรรม)
2.4 สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทุกจังหวัด
3. การชำระค่าธรรมเนียมรายปี ผู้ประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 2 และ 3 ต้องชำระค่าธรรมเนียมรายปี
ตั้งแต่วันเริ่มประกอบกิจการโรงงาน และต้องชำระค่าธรรมเนียมรายปีต่อไปทุกปีเมื่อถึงวันครบกำหนดวัน
เริ่มประกอบกิจการโรงงานในปีถัดไป ถ้ามิได้เสียค่าธรรมเนียมภายในเวลาที่กำหนดให้ ต้องเสียเงินเพิ่มอีก
ร้อยละห้าต่อเดือน
โรงงานในเขตกรุงเทพมหานครชำระค่าธรรมเนียมที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม ส่วนโรงงานใน
จังหวัดอื่นๆ ชำระที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดที่โรงงานตั้งอยู่


อัตราค่าธรรมเนียม
ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535


แรงม้า ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต
ประกอบ/ขยาย/ต่ออายุ (บาท)
ค่าธรรมเนียมการประกอบ
กิจการรายปี (บาท)
ตั้งแต่ 0 แต่ไม่ถึง 5
ตั้งแต่ 5 แต่ไม่ถึง 20
ตั้งแต่ 20 แต่ไม่ถึง 50
ตั้งแต่ 50 แต่ไม่ถึง 100
ตั้งแต่ 100 แต่ไม่ถึง 200
ตั้งแต่ 200 แต่ไม่ถึง 300
ตั้งแต่ 300 แต่ไม่ถึง 400
ตั้งแต่ 400 แต่ไม่ถึง 500
ตั้งแต่ 500 แต่ไม่ถึง 600
ตั้งแต่ 600 แต่ไม่ถึง 700
ตั้งแต่ 700 แต่ไม่ถึง 800
ตั้งแต่ 800 แต่ไม่ถึง 900
ตั้งแต่ 900 แต่ไม่ถึง 1,000
ตั้งแต่ 1,000 แต่ไม่ถึง 2,000
ตั้งแต่ 2,000 แต่ไม่ถึง 3,000
ตั้งแต่ 3,000 แต่ไม่ถึง 4,000
ตั้งแต่ 4,000 แต่ไม่ถึง 5,000
ตั้งแต่ 5,000 แต่ไม่ถึง 6,000
ตั้งแต่ 6,000 ขึ้นไป
500
1,000
1,500
3,000
5,000
7,000
9,000
12,000
15,000
18,000
22,000
26,000
30,000
35,000
40,000
45,000
50,000
55,000
60,000
150
300
450
900
1,500
2,100
2,700
3,600
4,500
5,400
6,600
7,800
9,000
10,500
12,000
13,500
15,000
16,500
18,000


4. การอนุญาตประกอบกิจการโรงงานมีขั้นตอนและระยะเวลา ดังนี้
4.1 ตรวจสอบทำเลฯ และจัดทำรายงานการตรวจสอบภายใน 30 วัน
4.2 การพิจารณาอนุญาตต้องให้แล้วเสร็จภายใน 50 วัน
4.3 การแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 10 วัน
* รูปแสดงขั้นตอนการขออนุญาตโรงงานที่จะตั้งขึ้นใหม่
* รูปแสดงขั้นตอนการต่ออายุใบอนุญาตโรงงาน
5. สถานที่ห้ามตั้งโรงงานจำพวกที่ 1 จำพวกที่ 2 และจำพวกที่ 3
5.1 บ้านจัดสรรเพื่อการพักอาศัย อาคารชุดพักอาศัยและบ้านแถวเพื่อการพักอาศัย
5.2 ภายในระยะ 50 เมตร จากเขตติดต่อสาธารณสถาน ได้แก่ โรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา
วัดหรือศาสนสถาน โรงพยาบาล โบราณสถาน และสถานที่ทำการของหน่วยงานของรัฐ (ไม่รวมถึงสถานที่
ทำการโดยเฉพาะเพื่อการควบคุม กำกับ ดูแล อำนวยความสะดวกหรือให้บริการแก่การประกอบกิจการ
ของโรงงานแห่งนั้นๆ) และให้หมายความรวมถึงแหล่งอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมตามที่คณะ
รัฐมนตรีกำหนด


 

 

 

 

 

 

ขั้นตอนการจดทะเบียนเครื่องจักร


 

คำแนะนำทะเบียนเครื่องจักร

1. พระราชบัญญัติจดทะเบียนเครื่องจักร พ.ศ. 2514 กำหนดให้ให้เครื่องจักรเป็นสังหาริมทรัพย์
ที่สามารถจดทะเบียนจำนองและทำนิติกรรมอื่นได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
2. เครื่องจักรที่สามารถนำมาจดทะเบียนกรรมสิทธิ์และจำนอง/ขายฝากต้องมีหลักฐาน
แสดงกรรมสิทธิ์เครื่องจักร เช่นใบเสร็จรับเงิน Invoice หรือหนังสือรับรองกรรมสิทธิ์จากผู้ขาย
สอบถามรายละเอียดจากทางราชการได้ที่
2.1 สำนักทะเบียนเครื่องจักรกลาง (ชั้น 2 อาคารกรมโรงงานอุตสาหกรรม)
2.2 สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทุกจังหวัด
3. ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนเครื่องจักร
การจดทะเบียนเครื่องจักร จะมีส่วนของค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์
จดทะเบียนจำนอง/ขายฝาก และ การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงต่างæ (ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี)

4. การจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักร และจดทะเบียนจำนอง/ขายฝาก มีขั้นตอนและระยะเวลา ดังนี้

บัญชีอัตราค่าธรรมเนียม

เลขลำดับ รายการ อัตราค่าธรรมเนียมไม่เกิน
1 ค่าจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักร
(ก)เครื่องจักรซึ่งมีมูลค่าเกินหนึ่งแสนบาท
(ข)เครื่องจักรซึ่งมีมูลค่าเกินห้าหมื่นบาท
แต่ไม่เกินหนึ่งแสนบาท
(ค)เครื่องจักรซึ่งมีมูลค่าไม่เกินห้าหมื่นบาท
(ง)กรณีจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักรหลายเครื่อง
ในโรงงานเดียวและในคราวเดียวกัน ให้คิดตามลำดับ
และรวมค่าธรรมเนียมแล้ว

เครื่องละ 500 บาท

เครื่องละ 250 บาท
เครื่องละ 50 บาท
.

ไม่เกิน 10,000 บาท

2 ค่าออกใบแทนหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องจักร ฉบับละ 50 บาท
3 ค่าเครื่องหมายการจดทะเบียนซึ่งเจ้าพนักงานได้ประทับหรือคำไว้ที่เครื่องจักร เครื่องหมายละ 100 บาท หรือถ้าประทับหรือ
ทำไว้หลายเครื่องในโรงงาน
เดียวและคราวเดียวกัน
ไม่เกิน 1,000.- บาท
4 ค่าจดทะเบียนใหม่ตามมาตรา 11 หรือ
มาตรา 12 ครั้งละ

250 บาท
5 ค่าจดทะเบียนการจำนองหรือขายฝากเครื่องจักร พันละ 1 ของจำนวนเงินที่
จำนองหรือขายฝากแต่อย่างสูงไม่เกิน
100,000.- บาท
6 ค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเครื่องจักรที่ได้จดทะเบียนแล้ว อย่างอื่นนอกจากจำนองหรือขายฝาก ครั้งละ
100 บาท
7 ค่าคำขอหรือแบบพิมพ์ต่าง æ ฉบับละ 2 บาท
8 ค่าตรวจเอกสารซึ่งนายทะเบียนเก็บรักษาไว้ครั้งละ
20 บาท
9 ค่าคัดสำเนาเอกสารพร้อมด้วยคำรับรองว่าถูกต้อง หน้าละ
5 บาท


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตารางบัญชีโรงงาน ที่ต้องมีมาตรการควบคุมดูแลพิเศษ

กิจการ
ลำดับที่
EIA
เจาะปล่องเพื่อวัด
คุณภาพอากาศ
ผู้ควบคุมระบบ
1. ปิโตรเคมี
42
100 ตัน/วัน
100 ตัน/วัน
2. กลั่นน้ำมันปิโตรเลียม
49
3. แยก แปรสภาพก๊าซธรรมชาติ
4. คลอ-แอลคาไลน์
42
100 ตัน/วัน
100 ตัน/วัน
5. เหล็ก และหรือเหล็กกล้า
59
100 ตัน/วัน
100 ตัน/วัน
หรือ
15 ตัน/ครั้ง
6. ปูนซีเมนต์
57
7. ถลุงแร่หรือหลอมโลหะซึ่งมิใช่
อุตสาหกรรมเหล็กหรือเหล็กกล้า
60
50 ตัน/วัน
50 ตัน/วัน
8. เยื้อกระดาษ
38(1)
50 ตัน/วัน
50 ตัน/วัน
9. สารออกฤทธิ์หรือสารที่ใช้ป้องกันหรือกำจัด
ศัตรูพืชหรือสัตว์โดยกระบวนการทางเคมี
43(1)
10.ปุ๋ยเคมีโดยกระบวนการทางเคมี
43(1)
11.น้ำตาลทราย
11(3)(4)
12.การทำกลูโคส เดกซ์โทรส ฟริกโทส
หรือผลิตภัณฑ์อื่นที่คล้ายกัน
11(6)
20 ตัน/วัน
13.โรงไฟฟ้าพลังความร้อน
88
10 MW
14.โม่ บด หรือย่อยหิน ดูดทราย
3(1)(4)
15.กิจการเกี่ยวกับกระดูกสัตว์
4(3)
16.ปลาป่น
15(2)
17.แบตเตอรี่
74(5)
18.หลอดฟลูออเรสเซนด์
74(1)
19.พิมพ์สีและเคลือบแผ่นโลหะ
100(1)
20.อาหารสัตว์และไซโล
15,2(5)
21.โรงงานปรับสภาพของเสียรวมเฉพาะสิ่งปฏิกูลหรือ
วัสดุที่ไม่ใช้แล้วตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
101
22.ทั่วไป
มีหม้อน้ำใช้ลิกไนท์,
น้ำมันเตาหรือ
8 ตัน/ชม.
+ น้ำทิ้ง 60 ลบ.ม
/ชม.หรือ LOAD
100 กก./วัน
+ น้ำทิ้ง ? 50 ลบ.ม/
วัน ถ้ามีโลหะหนัก